บทที่4

 

            ขุนพลละสายตาจากหญิงสาวข้างกาย

เมื่อเห็นเธอยังคงนั่งมองไปนอกหน้าต่าง

ราวกับทิวทัศน์มืดๆข้างนอกน่าดูซะเต็มประดา

มีคำถามมากมายที่ชายหนุ่มอยากจะรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป

เหตุการณ์ที่ทำให้เขาและเธอแทบเอาชีวิตไม่รอด

แต่เขารู้ดีว่าถ้าถามไปเปอร์เซ็นต์ที่หญิงสาวจะตอบตามความจริงคงมีค่าเท่ากับศูนย์

            แล้วคนที่ความอดทนต่ำ

และอยู่กับการถามตอบแบบตรงๆมาตลอดชีวิตอย่างเขา

จะทนได้หรือถ้าเธอไม่บอกความจริง

ชายหนุ่มถอนใจเฮือกเมื่อคิดมาถึงตรงนี้

            เสียงถอนหายใจของคนข้างๆ

ทำให้เจ้านางต้องละสายตาจากการแสร้งทำเป็นมองทิวทัศน์นอกรถ

ทั้งๆที่เวลานี้เป็นเวลาพลบค่ำ

สิ่งที่จะเห็นคงมีเพียงแค่บ้านเรือนซึ่งสว่างไปด้วยไฟจากหลอดไฟเท่านั้น

แต่มันก็ดีกว่าการที่จะต้องมานั่งอึดอัดกับสายตาคาดคั้นหาคำตอบจากคนข้างๆ

            “เจ้านาง ผมถามจริงๆเถอะคุณจะไม่บอกอะไรผมเลยหรือ

ขุนพลเอ่ยหลังจากปล่อยให้เจ้านางทำใจเตรียมรับมือกับคำถามนานพอสมควร

            ฉันไม่มีอะไรจะบอกคุณ

หญิงสาวบอกเสียงต่ำทั้งที่ยังคงมองไปนอกรถ

เพราะไม่อยากสบตาเรียวคมที่ละจากถนนตรงหน้าหันมามองเธออย่างคาดคั้น

            เจ้านาง ฟังผมนะ    เขาเอ่ยเสียงจริงจัง

เป็นผลให้เจ้านางต้องหันสบตาเรียวคมคู่นั้น

ขุนพลเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทางเพื่อให้สะดวกในการคุย

เพราะชายหนุ่มตัดสินใจแล้วว่ายังไงๆวันนี้เขาต้องรู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นให้ได้

แม้เปอร์เซ็นความสำเร็จจากการคาดคั้นคนหัวดื้อจะมีค่าเท่ากับศูนย์ก็ตาม

ผมให้โอกาสคุณอีกครั้งไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็ตาม

แต่ผมจำเป็นต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่

เพราะตอนนี้ ผมและคุณกลายเป็นทีมเดียวกันแล้ว

เจ้านางสบตาคมคู่นั้นอย่างครุ่นคิดเมื่อฟังเขาพูดจบ

ใช่.....จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาสมควรรู้ความจริงอย่างที่สุด

แต่ถ้าเธอบอกไปมันก็เท่ากับเธอทรยศต่อหน่วยงานของตัวเอง

ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากทำเหมือนกัน

            มันก็แค่การเข้าใจผิดกันนิดหน่อย

เจ้านางบอกพยายามปรับสีหน้าให้ดูผ่อนคลาย

แต่ขุนพลไม่เล่นด้วย

เขากัดฟันกรอดรู้สึกโกรธหญิงสาวขึ้นมาตะหงิดๆที่ทำเหมือนเขาเป็นเด็กอมมือ   

เข้าใจผิดหรือเจ้านาง

การที่เราสองคนเกือบเอาชีวิตไม่รอดคุณบอกว่าแค่การเข้าใจผิดหรือ

เขาถามก่อนจะเอื้อมมือมาเขย่าไหล่ทั้งสองข้างของเจ้านาง

            อูย    เขาสูดปากเสียงดังเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่ไหล่ข้างขวาตอนออกแรงเขย่า

ชายหนุ่มละมือพยายามเอี้ยวตัวไปมองตำแหน่งที่เจ็บ

พร้อมกับที่หญิงสาวชะโงกหน้าแล้วเอื้อมมือมาจับให้เขาหันหลัง

โดยไม่สนใจอาการขืนตัวของขุนพล

            อยู่นิ่งๆ    เจ้านางเอ็ดเมื่อขุนพลยังพยายามหันหน้ามาเพื่อดูบ้าง

 

 

หญิงสาวเอื้อมมือไปเปิดไฟในรถแล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

เมื่อเห็นแผลฉีกขาดที่น่าจะเกิดจากรอยกระสุนถากยาวประมาณสามนิ้ว

ซึ่งมีเลือดแห้งกรังติดอยู่ที่สะบักขวาของชายหนุ่ม

คงเพราะความตื่นเต้นจึงทำให้เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดกับบาดแผล

ทั้งที่มันยาวพอสมควรแต่โชคดีที่ไม่ลึกมากนัก

วูบหนึ่งที่ความรู้สึผิดกระแทกใจเจ้านางเข้าอย่างจัง

...เขาเจ็บเพราะเธอ...

เจ็บไหม

เจ้านางถามแล้วไล้นิ้วเรียวไปบนแผลเบาๆ

ก่อนจะดึงเสื้อลงและปล่อยไหล่เขาให้เป็นอิสระ

เจ็บสิถามได้ คนนะไม่ใช่ต้นไม้ที่มีแผลแล้วจะไม่เจ็บ

ขุนพลตอบกวนๆลืมเรื่องขุ่นใจไปเกือบหมด

เมื่อเห็นสายตาเสียใจผสมห่วงใยของหญิงสาว   

ชายหนุ่มพยายามปรับหน้าที่บึ้งให้เป็นรอยยิ้ม

ก็เขาน่ะมักใจอ่อนกับหน้าเศร้าๆตาเศร้าๆของผู้หญิงนี่นา

ไม่เอาน่าเจ้านาง แผลแค่นี้ซุปเปอร์ขนุนไม่เป็นไรหรอก   ขุนพลเอ่ยขำๆ

แล้วเอื้อมมือไปโยกหัวเธอเบาๆ

เจตนาเพื่อให้หญิงสาวละกังวลจากบาดแผลของเขา

เจ้านางผินหน้าไปสบตาเรียวคม

ที่เปลี่ยนจากบึ้งตึงเมื่อครู่เป็นยิ้มแม้จะไม่สดใสนัก

แต่ก็ทำให้ไม่น่ากลัวเหมือนเมื่อครู่

เธอเพิ่งรู้ว่าคนอารมณ์ดีเมื่อโกรธน่ากลัวไม่ใช่เล่นเหมือนกัน

คุณ...ไม่โกรธฉันแล้วหรือ   เจ้านางกลืนน้ำลายลงคอเมื่อถามจบ

โกรธสิยังโกรธอยู่   เขาเอ่ยน้ำเสียงจริงจังแต่หน้ายังเปื้อนยิ้ม

แต่ในเมื่อโกรธไปคุณก็ไม่ยอมบอกผมอยู่ดีเพราะฉะนั้นเลิกโกรธดีกว่าเสียสุขภาพจิต

 บอกพร้อมกับยักไหล่ ตั้งใจแน่วแน่ว่าถึงเธอไม่เล่าเขาก็จะสืบหาความจริงเองให้ได้

            “ฉันขอโทษนะ   เจ้านางเอ่ยเสียงหงอย

            ขอโทษเรื่องอะไร

            ก็ขอโทษที่ทำให้คุณเจ็บ   และขอโทษที่ฉันบอกความจริงคุณไม่ได้

ประโยคหลังหญิงสาวเอ่ยในใจเท่านั้น

            ไม่เป็นไร เล็กน้อย   เขายักไหล่อีกทีก่อนจะสตาร์ทรถแล้วมุ่งหน้ากลับบ้าน

           

ฉันว่าคุณไปโรงพยาบาลก่อนดีไหม

เจ้านางเอ่ยเมื่อเห็นขุนพลเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของคอนโด

ไม่เอา ผมไม่ไปแค่นี้ไกลหัวใจ   ขุนพลบอกหนักแน่น

มีไม่กี่คนที่รู้ว่าเขาเป็นโรคกลัวหมอกลัวพยาบาล

แม้จะมีเพื่อนสนิทและเพื่อนเขยเป็นทั้งพยาบาลและหมอก็เถอะ

แล้วอีกอย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆทำให้เขาต้องระวังตัว

จนกว่าจะหาทางสืบหาผู้บงการได้ถ้าไปโรงพยาบาลคงหนีไม่พ้นเป็นข่าวแน่

แต่...

ไม่มีแต่เจ้านาง ผมไม่เป็นไร

เขาย้ำพร้อมกับพารถเข้าจอดยังที่ประจำ

           

ขุนพลถอดเสื้อยืดสีเข้มออกจากตัวก่อนจะโยนมันลงตะกร้า

เหลือเพียงกางเกงยีนเอวต่ำสีซีดที่ยังคงเกาะอยู่บนสะโพกเพรียว

แล้วเดินไปทรุดตัวนั่งบนเตียงกว้างภายในห้องนอนส่วนตัวของเขา

หลังจากหยิบชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่มี ติดมือมาเรียบร้อย

            อูย...

เขาสูดปากด้วยความเจ็บเมื่อเอี้ยวตัวมากๆ

ก่อนจะสบถออกมาเป็นชุด

เมื่อพบว่าทำยังไงก็ไม่สามารถเอื้อมมือไปทำแผลเองได้

            เขาก้าวยาวๆไปหน้ากระจกก่อนจะหันข้างให้

เพื่อสำรวจแผลแล้วก็ต้องสูดปากอีกรอบ

เมื่อพยายามเท่าไรเขาก็ทำแผลเองไม่ได้สักที

            โว้ย!”

เขาตะโกนอย่างหัวเสียแล้วแช่งชักหักกระดูกคนที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ในใจ

ถ้าเจอกันคราวหน้าเขาจะเอาคืนให้หยอดน้ำข้าวต้มเลยคอยดู

            หลังจากที่เจ้านางยืนมองประตู

และเดินไปเดินมาอย่างคนตัดสินใจไม่ถูกอยู่หลายรอบ

เธอจึงตัดสินใจเคาะเมื่อได้ยินเสียงตะโกนมาจากภายใน

แล้วก็เปิดเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงอนุญาต

            ฉันมาช่วยคุณทำแผล

เธอบอกเมื่อเข้ามาทันเห็นชายหนุ่มกำลังนั่งป้ายเบต้าดีนแบบเก้ๆกังๆ

พร้อมสูดปากด้วยความแสบอยู่บนเตียงกว้าง

            ไม่เป็นไรผมไม่อยากรบกวนคุณ

เขาบอกมือยังคงพยายามเอื้อมไปป้ายเบต้าดีนแบบถูกแผลบ้างไม่ถูกบ้าง

            มาเถอะน่า ไม่รบกวนหรอก ให้ฉันดูแลคุณเถอะ

เจ้านางบอกพร้อมกับเดินไปทรุดตัวนั่งข้างๆเขา

            “ไหนคุณบอกว่าเราเป็นทีมเดียวกันไง

หญิงสาวท้วงเมื่อชายหนุ่มยังคงนั่งเฉยไม่ยอมขยับตัวให้เธอดูแผล

ขุนพลทำหน้ามุ่ยปากยื่นเหมือนเด็กเมื่อเธอโยนประโยคของเขาเองใส่หน้า

ก่อนจะขยับมานั่งห้อยขาที่ขอบเตียงอย่างเสียไม่ได้

            คุณทำแผลทั้งๆที่ยังเปื้อนอยู่เนี่ยนะ

เจ้านางอุทานเมื่อเห็นสภาพแผลชัดๆ

ที่แผลมีเบต้าดีนป้ายเป็นท่อนๆทั้งๆที่ยังมีเลือดกรัง

ถึงไม่ใช่หมอหรือพยาบาล

แต่จากการฝึกการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเข้าทำงาน

เธอก็พอจัดการกับแผลได้

            ฉันว่า ฉัดเช็ดตัวให้คุณก่อนดีกว่าเดี๋ยวแผลอักเสบ

เจ้านางตัดสินใจเมื่อเห็นแผ่นหลังแกร่งขาวสะอาดเปื้อนไปด้วยเลือดเป็นหย่อมๆ

อายก็อายที่ต้องดูแลผู้ชายแบบใกล้ชิดแต่เขาช่วยเธอไว้

ดังนั้นจึงต้องเก็บความอายไว้ก่อนเพราะเธอต้องตอบแทนเขา

หญิงสาวบอกตัวเองพร้อมกับเดินออกไปจากห้องเพื่อเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัว

            เจ้านางเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง

ในมือมีอ่างใส่น้ำอุ่นที่เหยาะโคโลนญ์หอมกรุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็ก

หญิงสาววางของทั้งหมดไว้ข้างเตียงก่อนจะหยิบผ้าขนหนูจุ่มน้ำแล้วบิดหมาดๆ

            ขุนพลรวมผมยาวระคอไว้ครึ่งศีรษะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

เพื่อให้เจ้านางซึ่งยืนอยู่ข้างเตียงตรงหน้าเขาเช็ดหน้าได้สะดวก

เขาหลับตาเมื่อผ้าขนหนูแตะใบหน้า

พร้อมสูดหายใจลึกๆเมื่อกลิ่นหอมจากมือเล็กๆลอยมาแตะจมูก

...อืม...

ชายหนุ่มส่งเสียงพอใจในลำคอแล้วปล่อยให้หญิงสาวดูแลเขาต่อไป

เจ้านางบรรจงเช็ดหน้าชายหนุ่มอย่างเบามือ

โดยเริ่มจากหน้าผากกว้างลากมายังแก้มทั้งสองข้าง

ผ่านริมฝีปากสีชมพูสดที่มีหนวดล้อมรอบ

เลยไปยังคางมน ตลอดจนลำคอแกร่งขาว

ชายหนุ่มกางแขนเมื่อเธอเคลื่อนผ้าเช็ดตัวมาตามแขนทั้งสองข้าง

ก่อนจะเลยไปด้านหลังและวกมาที่หน้าอกขาวสะอาดแข็งแรงที่มีไรขนอ่อนๆให้พอเซ็กซี่

มองใกล้ๆถ้าไม่มีหนวดเหนือริมฝีปากและเคราเขียวๆบนแก้มทั้งสองข้าง

ขุนพลคงกลายเป็นพระเอกเกาหลีหน้าอ่อนสุดฮอตแห่งยุคแน่ๆ

เจ้านางยิ้มและหลุดหัวเราะพรืดทั้งที่ยังคงจ้องหน้าเขาอยู่เมื่อนึกมาถึงตรงนี้

            เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นปลุกให้ขุนพลตื่นจากอาการเคลิ้ม

เขาเปิดตาก่อนจะสบเข้าอย่างจังกับตากลมโตที่มีพราวไปด้วยความขบขัน

ต่างคนต่างอึ้งเมื่อตาสบตากันราวกับมีกระแสไฟวิ่งผ่าน

โดยเฉพาะเจ้านางที่พวงแก้มทั้งสองเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อเรียบร้อย

เธอถอยหลังมาหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณก่อนจะหัวเราะเบาๆแก้เก้อ

            จะลืมตาก็บอกกันก่อนสิ

หญิงสาวเอ็ดแก้เขิน ก่อนจะเสไปเอาผ้าจุ่มน้ำ

            ...

ชายหนุ่มเงียบ วูบหนึ่งเขาอยากให้เวลาหยุดลงตรงนี้

ตรงที่มีเขาและเธอเพียงสองคน

นี่เขาเป็นอะไร

ทำไมถึงสะดุดใจกับผู้หญิงธรรมดา

ที่ถึงแม้จะหน้าตาดีแต่ก็ยังธรรมดาเกินไปสำหรับเขา

มันคงแค่อาการหวั่นไหวจากการใกล้ชิด

และการผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันเท่านั้น

ชายหนุ่มปลอบตัวเอง

เขาสูดหายใจลึกๆก่อนจะเอ่ยว่า

            “เสร็จแล้วใช่ไหม คุณออกไปเถอะผมจะเปลี่ยนเสื้อผ้า

เจ้านางรีบพยักหน้ารับ

เพราะตระหนักถึงบรรยากาศแปลกๆที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่

หญิงสาวเก็บอุปกรณ์พร้อมออกมาจากห้อง

ปล่อยให้ชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าเพียงลำพัง

 

            เจ้านางบรรจงติดพลาสเตอร์อย่างเบามือหลังจากที่ทำแผลให้เขาเสร็จ

หญิงสาวอดยิ้มไม่ได้

เมื่อเห็นผู้ชายตัวโตๆในชุดนอนสีน้ำเงินลายโดเรมอน

นั่งหน้าบอกบุญไม่รับเมื่อเธอบอกให้กินยาแก้อักเสบและยาแก้ปวด

หลังจากที่ใจแกว่งไปกับสถานการณ์ระหว่างกันเมื่อสักครู่ใหญ่

เจ้านางก็กลับมาอีกครั้งพร้อมถ้วยข้าวต้มและยาแก้ปวดแก้อักเสบ

            คุณเอากลับไปเถอะ ผมไม่เป็นไรแผลแค่นี้ไม่ต้องกินยาหรอก

เขาบอกหลังจากจัดการกับข้าวต้มปลาถ้วยโตแสนอร่อยที่เจ้านางเอามาให้ถึงห้องนอนเสร็จ

            ไม่เป็นอะไรได้อย่างไร แผลออกจะยาวขนาดนั้น

คุณกินยาเถอะมันจะได้ป้องกันการอักเสบ”     

เจ้านางบอกเอือมๆ ตัวโตยังกับยักษ์ดันไม่ชอบกินยาเม็ดเล็กนิดเดียว

            “คุณวางไว้เถอะเดี๋ยวผมจัดการเอง   ชายหนุ่มต่อรอง

ซึ่งเจ้านางรู้ดีว่าไอ้อาการอย่างนี้ถ้าเธอวางยาไว้มันคงจะยังอยู่ที่เดิมเป็นแน่แท้

            ไม่คุณกินก่อนแล้วฉันค่อยออกไป

เจ้านางยืนยันแถมยังทำตาดุๆใส่ขุนพลเป็นสัญญาณว่ากินยาซะก่อนที่จะโดนดี

            กินก็ได้คร้าบ กลัวแล้ว   ชายหนุ่มบอกล้อๆ

ก่อนจะคว้ายามาแล้วหลับหูหลับตากินๆมันเข้าไป

ผ่าเถอะเขาละเกลียดจริงๆไอ้ยาเม็ดเล็กๆเนี่ย

            เจ้านางยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นคนตัวโตกินยาตามคำสั่ง

แม้จะทำหน้าผะอืดผะอมหลังกินยาเสร็จก็ตาม

            ดีมาก คุณนอนเถอะ

หญิงสาวชมอย่างชมเด็กเล็กๆ

ไม่สนใจคนตัวโตที่ทำปากยื่นอย่างขัดใจที่โดนเห็นเป็นเด็ก

แต่เขาก็ยังล้มตัวลงนอนตามคำสั่ง

เจ้านางดึงผ้าห่มปิดถึงคอก่อนจะเอ่ยราตรีสวัสดิ์

และเดินจากไปเงียบๆทิ้งชายหนุ่มไว้เพียงลำพัง

            ลับร่างเจ้านางไป

คนบนเตียงที่บอกว่าจะนอนเมื่อสักครู่

กลับเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว

เขาสะบัดตัวเรียกความสดชื่นให้กลับมา

ก่อนจะก้าวยาวๆไปยังระเบียงกว้างพร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือติดมือมาด้วย

            ...ใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้คงต้องเจอกับเขาหน่อย...

ชายหนุ่มซึ่งเคยอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจสัญญากับตัวเอง

ก่อนจะกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์ที่แสนคุ้นเคย

            คุณป๋าหรือครับ ผมเอง ผมมีเรื่องจะรบกวนคุณป๋าหน่อย

ขุนพลกรอกเสียงลงไปทันทีที่ปลายสายตอบรับ...

 

            ในขณะเดียวกัน ณ ที่แห่งหนึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก

เพี๊ยะ!!!...

เสียงฝ่ามือกระแทกหน้าดังสนั่นหวั่นไหว

ก่อนที่เสียงทรงอำนาจจะดังกร้าวขึ้น

            โง่ โง่จริงๆ

            ผมขอโทษครับนาย ผมเห็นสบโอกาสเลยลงมือเก็บมันซะ

เจ้าชาติชายหน้าเสี้ยมร่างสูงบอกหวาดๆ

เมื่อเห็นแววตากรุ่นไปด้วยความโกรธของผู้เป็นนาย

            สบโอกาสหรือนี่แน่ะสบโอกาส

ผู้เป็นนายทวนเสียงซ้ำก่อนจะประเคนฝ่ามือลงบนคนหน้าเสี้ยมและลูกน้องอีกคนละที

            แกทำงานนอกเหนือคำสั่งของฉัน

ฉันบอกแค่ให้เฝ้านังเจ้านางมันไว้

ไม่ได้บอกให้แกไล่ยิงมันกลางวันแสกๆ

            แต่นายครับ...

            ไม่ต้องเถียง แกรู้หรือเปล่าไอ้หนุ่มที่อยู่กับนังเจ้านางมันเป็นใคร

ผู้เป็นนายถามเสียงเครียด

ไม่น่าเลยไม่น่าส่งเจ้าพวกปัญญาอ่อนนี่ไปทำงานใหญ่เลย

ก็ลูกชายเจ้าสัวขรรค์ชัยไงครับ

นายชาติบอกเสียงแผ่วแล้วก็ต้องก้มหน้างุดเมื่อเจอสายตากราดเกรี้ยวจากผู้เป็นนาย

นาย ถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อเจอคำตอบกำปั้นทุบดินของลูกน้อง

ฟังแล้วก็อยากฆ่าเจ้าพวกนี้นักที่บังอาจทำนอกเหนือคำสั่งโดยไม่คิดให้รอบคอบ

มันไม่รู้กันหรืออย่างไร เจ้าสัวขรรค์ชัยน่ะเสือหลับชัดๆ

แล้วไอ้หนุ่มนั่นก็เป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวขรรค์ชัยซะด้วย

ลูกเสือที่พ่อเสือรักมากๆแล้วคิดดูสิ ไอ้พวกนี้ยังไปแตะไอ้หนุ่มนั่นอีก

...เดือดร้อนกันยกใหญ่ล่ะคราวนี้ อยากจะฆ่าไอ้พวกโง่นี่จริงๆ...

ผู้เป็นนายคิดโกรธๆ

เอาล่ะๆเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว 

เสียง นาย อีกคนดังขึ้นหลังจากเงียบมานาน

โวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์ ผมว่าเราหาทางแก้ปัญหากันดีกว่า

เสียงนั้นบอกก่อนจะเหลียวไปมองนายชาติ

เอ็งพาพรรคพวกไปเก็บตัวสักพัก

ไม่ต้องโผล่หน้ามาตอนนี้ถ้าฉันไม่สั่ง

นายชาติพยักหน้ารับเมื่อนายพูดจบ

ส่วนคุณ...   เขาหันไปยังคนเป็นนายด้วยกัน

ทำตัวปกติดูแลไอ้แก่นั่นไป อย่าเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น

ถ้าไม่มีคำสั่งจากผมเพราะตอนนี้ไอ้พวกหูผีจมูกมดกำลังตามเราอยู่

แต่...

ไม่มีแต่

เขาขัดเสียงขรึมก่อนจะเบือนหน้าไปยังลูกน้องที่ยังคงยืนนิ่ง

ชาติแกไปได้ เก็บตัวให้เงียบที่สุด เรื่องอื่นฉันจัดการเอง

ผู้เป็นนายบอกเสียงหนักแล้วโบกมือเป็นสัญญาณให้เจ้าชาติเดินออกไป

ก่อนจะหันมายังอีกคนในห้องที่ยังคงนั่งหน้ามุ่ยด้วยแรงอารมณ์

คุณใจเย็นๆแล้วกลับไปทำหน้าที่ของคุณ

ผมจะตามเรื่องเจ้าสัวขรรค์ชัยเอง   เขาบอกเสียงขรึม

แต่...   พยายามเอ่ยขัดอีกครั้ง

คุณพอได้แล้ว  คราวก่อนแผนกำจัดเจ้านางผมก็ปล่อยให้คุณทำไป

เป็นอย่างไรล่ะคุณกลับปล่อยเสือเข้าดงเสือ

เพราะฉะนั้นคุณอยู่เฉยๆผมจะจัดการทุกอย่างเอง

เขาย้ำเสียงหนักตรงคำว่าทุกอย่างก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

ทิ้งให้วิไลวรรณนั่งทำหน้าโกรธแค้นเจ้านางอยู่เพียงลำพัง...

 

 

 

                                                จบตอนต่อพุธหน้านะจ๊ะ

                                                            จันทร์เจ้า

                                                พราวเสน่ห์...อิอิอิ

 


bluewidesky wrote on May 30
Will wait for the next one na AU.
guntaro wrote on Jun 4
มาแล้ววววววววววววววว
werapoj2000 wrote on Jun 10
ถูกใจ ถูกใจ
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help